ทุกสิ่งในมือคุณ iPad

ทุกสิ่งในมือคุณ iPadวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นวันแรกที่ iPad วางขาย thairath online ก็ไม่รอช้าครับขอหยิบเอา ipad มา review ให้ท่านผู้อ่านได้ชมกันอย่างเต็มๆตา กันวันนี้เลยครับ 

 ด้วยจอภาพมัลติทัช ขนาดเกือบ 10 นิ้ว สว่าง และคมชัดที่ resolution ขนาด 1028 x 769 หรือความละเอียดขนาด 132 จุดต่อนิ้วนั้น พร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลของ Apple ซึ่งมีรากฐานมาจาก ระบบแสดงผลของ Mac OS X ทำให้การแสดงผลเรียบลื่น และสวยงามกว่าระบบฏิบัติการอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
 การออกแบบ ที่ยึดหลัก “น้อยแต่มากด้วยความสามารถ” ของ Apple ทำให้แทบจะกล่าวได้ว่า คุณไม่มีทางใช้ iPad ไม่เป็น เพราะทั้งเครื่องมีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ปุ่มเปิดปิดที่อยู่ด้านบนเครื่อง ทำหน้าที่สองอย่างนั่นคือ กดเพื่อ sleep เครื่อง และกดค้างเพื่อปิดเครื่องอย่างเดียวกับที่ใช้ใน iPhone และ iPod touch
iPad มีระบบ ตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือหมุนเครื่องจอภาพจะหมุนไปในทิศทางที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ แต่ที่มากกว่านั้นตัว iPad สามารถปรับมุมการอ่านได้ 180 องศา เช่นเดียวกับ iPhone สำหรับ iPad ได้เพิ่มปุ่ม lock การหมุนของจอภาพมาให้ต่างหากสำหรับ ลูกค้าที่ไม่ชอบให้เครื่องปรับการแสดงผลเอง ก็สามารถ กด lock หน้าจอที่ปุ่มนี้ได้ทันที ปุ่มปรับความดังของเสียง อยู่ด้านขวาของจอภาพ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้ สำหรับปุ่ม ความดังของเสียงก็นับเป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะเป็นจะต้องทำเป็นปุ่มที่สามารถกดได้อย่างรวดเร็วและพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ช่องต่อของ Phone Jack ขนาดมาตรฐาน 3.5 มม ที่อยู่ด้านบนสามารถที่จะเสียบ หูฟังหรือ Audio out ได้เลยโดยที่ไม่ต้องใช้ Jack สำหรับ iPhone โดยเฉพาะ

ช่องลำโพงขนาดใหญ่ ด้านล่าง ทำให้เสียงที่ออกจากตัวเครื่อง iPad ชัดเจน ในขั้นที่ไม่ทึบ หรือ อู้ ในขณะที่ใช้งาน เปิดเพลงหรือ ภาพยนตร์ชม สำหรับการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก จะเป็น ช่องการเชื่อมต่อแบบอื่นไปไม่ได้ นอกจาก port ของ Apple ที่แทบจะเป็นมาตรฐาณสำหรับอุปกรณ์พกพาของ Apple ไปแล้ว โดยที่สามารถใช้งานกับสาย cable เดิม หรืออุปกรณ์เดิมของ iPod หรือ iPhone ได้เป็นส่วนใหญ่เมื่อได้ทดลองใช้ งานจริง ใช้งานในส่วนของการใช้ internet ได้แก่การใช้ internet เช็ค mail หรือ social network แล้ว ความกังวลเรื่องที่ iPad ไม่มีแป้นพิมพ์ให้มาด้วย แลัว พบว่า แป้นพิมพ์ของ iPad ใช้งานได้ ดีเกินคาด เนื่องจากขนาดของจอภาพทำให้ การป้อนข้อมูลของ iPad สามารถทำได้อย่างง่ายดาย สำหรับขณะนี้ยังไม่มีแป้นพิมพ์ภาษาไทย แต่ก็คงไม่นานเกินรอที่จะมีแป้นพิมพ์ภาษาไทยออกมาให้ใช้งาน ในส่วนของการแสดงผลภาษาไทยนั้นสามารถแสดงผลได้อย่างไม่มีปัญหา

ขนาดความจุของเครื่อง สามารถที่จะเลือกได้ที่ขนาด 16,32 หรือ 64 GB ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งจะมีให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ การเชื่อมต่อของ iPad ทุกตัวจะมาพร้อมกับ การเชื่อมผ่าน สาย USB ในทุกรุ่นส่วนของการเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้น iPad ทุกตัวมาพร้อมกับการเชื่อมต่อ BlueTooth, และ Wifi
ในส่วนของการเชื่อมต่อกับระบบ 3G นั้นสามารถทำได้เฉพาะรุ่น Wifi+3G เท่านั้น มีความจุให้เลือที่ 16,32 หรือ 64 GB เช่นกัน การเชื่อมต่อแบบ 3G รองรับเฉพาะการรับส่งข้อมูลผ่านระบบ 3G เท่านั้น ไม่สามารถใช้โทรเข้าออกได้ ในการใช้กับระบบ 3G ในประเทศใทยยังคงต้องรอผลการทดสอบกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่ิิอนที่ก่อน สำหรับการรองรับระบบ GPS นั้นจะมีมาให้ในรุ่น iPad Wifi+3G เท่านั้น

ส่วนของใช้งาน อื่นๆสำหรับเช่น การใช้งาน รายชื่อ , ปฏิทิน, โน๊ต, การรับส่ง email การแสดงรูปภาพหรือการชมภาพยนตร์ที่หรือ การเข้าชม youtube นั้น แทบจะบอกได้ว่า ด้วยขนาดของตัวเครื่อง ความบาง นำหนักของเครื่อง ประกอบกับการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมของ iPad ทำให้การใช้งาน ในส่วนของ digital lifestyle ของ iPad ชนะอุปกรณ์ตัวอื่นที่เคยได้สัมผัสมา ไม่ว่าจะเป็น tablate pc windows os หรือ netbook ในขนาดจอภาพไกล้ที่เคียงกัน

ความรู้สึกในการใช้งานที่ให้ iPad แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคู่เปรียบหรือ อุปกรณ์เทียบเคียงนั้น ก็ต้องยกให้กับ ตัวแปรสามอย่างที่ประกอบกันเป็น iPad ได้แก่ ระบบ multitouch ,ความสามารถในการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม และระบบปฏิบัติการ ที่ได้รากฐาณสำคัญมาจาก Mac OS X และ iPhone 

 การตอบสนองต่อการใช้งานด้วยนิ้วมือสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นแตะการเลือกรายการ หรือ การแตะลากนิ้วมือเพื่อ เลื่อนการแสดงผล หรือ การแตะสองนิ้วในการทำโต้ตอบการทำงาน iPad ตอบสนองการทำงานได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อว่าในอุปกรณ์ที่ทำงานบน battery จะทำได้เร็วขนาดนี้ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วนั้น ความเร็วต่อการตอบสนองนั้น หมายถึงการสิ้นเปลืองแบตฯมากขึ้นทำให้เวลาในการใช้งานสั้นลง, ผลการใช้งานหนักๆเป็นเวลาต่อ เนื่องกันนั้น iPad สามารถทำได้ไกล้เคียงกับ เวลาที่โฆษณาไว้ นั้นคือเกือบ 10 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความจุของแบตฯ และความสามารถของระบบในการประหยัดพลังงาน ประกอบกัน
สำหรับการมาถึงของ iPad นั้น หลายสำนักกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า จะ iPad จะเป็น ตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดและใช้งานจริง ของ e-book หรือ e-paper ในอนาคตอันไกล

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/75651

พบ iPad ขายเกลื่อนตลาดจีน-ฮ่องกงหลังสหรัฐฯ ไม่กี่วัน

พบ iPad ขายเกลื่อนตลาดจีน-ฮ่องกงหลังสหรัฐฯ ไม่กี่วันพ่อค้าหัวใสใน "เกรย์ มาร์เก็ต" โก่งราคาเพิ่มกว่าครึ่ง ฮ่องกงเผย iPad ไม่ฮิตเท่า iPhone ด้านสตีฟ จ๊อบส์ ย้ำ ลูกค้าในสหรัฐฯ ตอบรับดี แห่ซื้อสูงถึง 4.5 แสนเครื่อง...

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. (วานนี้) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภายหลังบริษัท แอปเปิ้ล เปิดตัว iPad ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เป็นทั้งคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กและโทรศัพท์ ด้วยคุณสมบัติในการดูหนัง ฟังเพลง ท่องอินเทอร์เน็ต และดาวน์โหลดหนังสือ ในตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่พบว่า iPad มีวางขายแล้วในตลาด “เกรย์ มาร์เก็ต” หรือตลาดที่มีการซื้อขายสินค้าโดยผู้ขายหรือนำเข้าไม่ได้รับการแต่งตั้ง อย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในประเทศจีนและฮ่องกง โดยขายกันในราคาบวกจากราคาขายปลีกในสหรัฐฯ ถึง 50% อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวมีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจาก สินค้ามีจำนวนมากและความต้องการในตลาดเมืองมังกรมีน้อยกว่าที่คาด

เจ้าของร้านสินค้าประเภทไอทีคนหนึ่งในฮ่องกงเปิดเผยว่า iPad ได้รับความนิยมเพียงครึ่งหนึ่งของ iPone มือถือสมาร์ทโฟนสุดฮิตของแอปเปิ้ล ที่วางขายในตลาดเกรย์ มาร์เก็ตในปี 2550 ด้วยราคา 1,300 ดอลลาร์ สูงกว่าสองเท่าของราคาขายปลีกในสหรัฐฯ และมีวางขายก่อนแอปเปิ้ลเปิดขายอย่างเป็นทางการในจีนถึง 2 ปี ขณะที่ สตีฟ จ๊อบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ล เผยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่า เมื่อ iPad วางขายในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันเสาร์ มีลูกค้าแห่มาซื้อมากถึง 450,000 เครื่องและจะเร่งผลิตให้ทันความต้องการของลูกค้าต่อไป

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/76068

3ds Max 2011พร้อมฟีเจอร์ใหม่ สู่สุดยอดแห่งเทคโนโลยีภาพและการเคลื่อนไหว

3ds Max 2011พร้อมฟีเจอร์ใหม่ สู่สุดยอดแห่งเทคโนโลยีภาพและการเคลื่อนไหว ออโตเดสก์, อิงค์ (NASDAQ: ADSK) เผยโฉมซอฟท์แวร์ Autodesk 3ds Max 2011 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของที่สุดแห่งการทำโมเดล 3 มิติอะนิเมชั่น เรนเดอริ่ง และคอมโพซิติ้ง แอพพลิเคชั่น (compositing application) พร้อมฟีเจอร์โนด – เบส แมทเทอร์เรียล อีดิทเตอร์ (node-based material editor) ฮาร์ดแวร์สำหรับการเรนเดอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ พร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมายในรีลีสใหม่นี้ เพื่อช่วยให้การสร้างสรรค์ภาพ และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอนเทนท์ต่างๆเป็นไปอย่างง่ายดาย และรวดเร็ว

“จุดเด่นประการแรกของ 3ds Max 2011 ของเราที่อาร์ติสท์ทั้งหลายจะได้รับ คือ ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงเพื่อช่วยให้การสร้างสรรค์ผลงานในทุกๆ วันของคุณมีแต่ความคล่องตัว และลื่นไหล” สติก กรูแมน (Stig Gruman) รองประธานอาวุโส ฝ่ายมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ออโตเดสก์ กล่าว “เราได้มีการสร้างส่วนหลักของซอฟท์แวร์ใหม่อีกครั้ง รวมถึงโนด-เบส แมทเทอร์เรียล อิดิเตอร์ ที่มีคนเรียกร้องมามากที่สุด ให้มีความคล่องตัวในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์เพิ่มเติมเข้ามามากมาย เช่น เครื่องมือเพนท์ (painting tools) และควิกซิลเวอร์ ฮาร์ดแวร์เรนเดอร์เรอร์ (Quicksilver hardware renderer) เพื่อช่วยขจัดอุปสรรคด้านเวลาในการทำงานโดยไม่ต้องมีอะไรมาขวางกั้นกระบวนการคิดสร้างสรรค์และการออกแบบชิ้นงานที่มีคุณภาพ”

คุณสมบัติเด่นใน Autodesk 3ds Max 2011 ฟีเจอร์ใหม่ และฟีเจอร์ที่ได้รับการพัฒนา
• สเลท (Slate) : โนด – เบสแมทเทอร์เรียล อีดิทเตอร์ แบบใหม่ที่สามารถช่วยให้การทำงานของอาร์ทติสสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงสามารถแก้ไขส่วนประกอบในแมทเทอร์เรียลต่างๆ ที่สัมพันธ์กันได้อย่างง่ายดาย
• ควิกซิลเวอร์ ฮาร์ดแวร์ เรนเดอร์เรอร์ : มัลติทรีทเรนเดอร์ริ่งเอ็นจิ้นตัวใหม่ที่ใช้ได้กับทั้งซีพียู (CPU) และจีพียู (GPU) สามารถทำการเรนเดอร์ได้เร็วกว่าการเรนเดอร์ที่ใช้กราฟฟิกการ์ดแบบเดิมถึง 10 เท่า
• สามารถดูไฟล์ 3ds Max หรือแมทเทอร์เรียลหลายๆ ชิ้นงานได้พร้อมกันในหน้าวิวพอร์ทเดียวกัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาแก้ไขปรับปรุงชิ้นงานให้ภาพและบรรยากาศภายในฉากมีความคมชัดโดยไม่ต้องทำการเรนเดอร์ซ้ำๆ
• สามารถขยายกราไฟท์ โมเดลลิ่ง (Graphite modeling) และอุปกรณ์ต่างๆ ในหน้าวิวพอร์ท เพื่อการเพนท์พื้นผิวสำหรับงาน 3D และ 2D ได้โดยตรงในหน้าวิวพอร์ทนั้นๆ พร้อมด้วยความสามารถในการเพนท์วัตถุด้วยเครื่องมือออบเจค บรัช (object brushes) เพื่อช่วยในการสร้างจีโอเมตทรีภายในฉาก
• ความสามารถในการคงไว้ซึ่งเลเยอร์ข้อมูลต่างๆ บนชั้นบนสุดของเนื้อหาที่นำมาอ้างอิง เพื่อช่วยให้อาร์ทติสสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• 3ds Max คอมโพซิท (3ds Max Composite) ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ รวมถึงเอชดีอาร์ (HDR) ที่มีประสิทธิภาพในการจัดวางองค์ประกอบ โดยอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีจากออโต้เดสก์ โทซิก ซอฟท์แวร์ (Autodesk Toxik)

ราคาและการจัดจำหน่าย
ทางออโต้เดสก์คาดว่าซอฟท์แวร์ 3ds Max 2011 ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะพร้อมออกมาวางจำหน่ายได้ในเดือนเมษายน 2553 ซึ่งการเปิดตัวคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2553 นี้ ซึ่งราคา 1 ไลเซ่นส์อยู่ที่ US$3,495* หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 115,335 บาท หรือหากต้องการจะอัพเกรดโปรแกรมเดิมให้เป็นเวอร์ชั่น 2011 ในรูปแบบ 1 ไลเซ่นส์ราคาอยู่ที่ US$1,745* หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 57,585* บาท แต่หากเป็นสมาชิกของออโต้เดสก์สามารถซื้อไลเซ่นส์หรืออัพเกรดโปรแกรมได้ในราคาเพียง $495* ต่อปี หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 16,335 บาท โปรแกรมออโต้เดสก์ 3ds Max 2011 เป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมออโต้เดสก์ 3ds Max Entertainment Creation Suite 2011 ชุดโปรแกรมนี้มีลูกเล่นพิเศษที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้โปรแกรม 3ds Max 2011 ควบคู่กับการใช้โปรแกรม Autodesk Mudbox 2011 และ Autodesk MotionBuilder 2011 อาร์ทติส และผู้ผลิตสามารถแอคเซสเข้าสู่ระบบเครื่องมือที่เปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์อันทรงพลังที่สามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 35%** เมื่อเทียบกับการซื้อแต่ละโปรแกรมแยกกัน

*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
** สัดส่วนในการลดต้นทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ที่มา http://men.mthai.com/technology/content/3356

ASUS G51J 3D Notebook 3D

ASUS G51J 3D Notebook 3D อัสซุส ขอท้าสาวกเกมเมอร์ ร่วมสัมผัสกับมิติใหม่ของการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ผ่านเทคโนโลยีระบบภาพ 3 มิติ ที่ให้ภาพคมชัดสมบูรณ์แบบกว่าที่เคยมีมา จากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอัสซุส G Series รุ่นล่าสุด G51J 3D Vision ที่ไม่เพียงแต่ให้ประสบการณ์การเล่นเกมพีซีที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเป็นสุดยอดอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ในรูปแบบภาพยนตร์ 3 มิติ ที่พร้อมร่วมเดินทางไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา

ASUS G51J 3D Vision ประมวลผลด้วยซีพียูสุดแรง quad-core Intel® Core™ i7 ผสานกับการ์ดจอ NVIDIA® GTX 260M ที่แสดงผลแบบ DirectX 10 เพื่อประสิทธิภาพการเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบพร้อมใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows® 7 (64 bit) ที่มากับหน่วยความจำ RAM DDR3 ที่รองรับการอัพเกรดได้สูงสุดถึง 4GB พร้อมติดตั้งกล้องความละเอียด 2 Mega Pixels ในตัวเครื่อง และ Drive Blu-ray Combo สำหรับการชมภาพยนตร์ และบันทึกข้อมูลลงบนดีวีดีได้
G51J 3D เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่ใช้กราฟิกการ์ด NVIDIA® 3D ที่ให้การมองเห็นภาพ 3 มิติที่คมชัดเป็นพิเศษทั้งรูปภาพ เกม และภาพยนตร์ ผ่านจอภาพแบบ LED-backlit display ขนาด 15.6 นิ้ว (1366 x 768) ด้วย GPU Driver และอุปกรณ์รับสัญญาณขนาดความถี่ 60Hz เมื่อแสดงภาพปกติและ 120Hz เมื่อแสดงภาพแบบ 3 มิติ โดยทำงานร่วมกับแว่น 3 มิติ (3D Vision™) เพื่อการมองเห็นภาพที่สว่าง ชัดเจน และสมจริงทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังใช้ระบบเสียง Creative EAX Advance HD 4.0 (ระบบเสียงแบบ 7.1) ที่ให้โสตสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเกินบรรยาย

เชิญสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมภาพ เล่นเกม และดูหนังที่เสมือนมีชีวิตได้แล้ววันนี้ กับ ASUS G51J 3D Vision ที่มาพร้อมแว่น 3 มิติ NVIDIA® 3D Vision™, USB RAZER Gaming Mouse และกระเป๋า ASUS G-Gamer สุดเท่ไม่ซ้ำใคร ในราคา 79,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ที่มา http://men.mthai.com/technology/content/3393

iPhone OS 4.0 ไร้เขี้ยวเล็บขู่ Android

iPhone OS 4.0 ไร้เขี้ยวเล็บขู่ Android หลังจากเปิดตลาดคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตจอสัมผัส "ไอแพด (iPad) ไปได้อย่างงดงาม ล่าสุดสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลโชว์ตัวระบบปฏิบัติการไอโฟน โอเอส 4.0 (iPhone OS 4.0) เวอร์ชันล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าแอปเปิลถูกเหน็บแนมว่าความสามารถใหม่ในไอโฟน โอเอส 4.0 นั้นเป็นความสามารถพื้นฐานที่ไม่ได้มีพิษมีภัยกับแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่างแอนดรอยด์ (Android) เลย เช่น ความสามารถในการเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน (multitasking) ความสามารถตั้งค่าภาพพื้นหลังหรือวอลล์เปเปอร์ รวมถึงการวางโฟลเดอร์เอกสารไว้บนหน้าโฮมสกรีน[สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลโชว์ตัวระบบปฏิบัติการไอโฟน โอเอส 4.0 (iPhone OS 4.0) เวอร์ชันล่าสุด ,iPhone OS 4.0 รองรับการทำงานแบบ Multi Tasking,จ็อบส์ กำลังพูดถึงแอปพลิเคชัน iBooks เพื่อการอ่านหนังสือบนไอโฟน,แอปเปิลเปิดตัวเครือข่ายสังคมเกมแห่งใหม่นาม "เกมเซ็นเตอร์" (Game Center),แอปเปิลกำลังมุ่งทำรายได้จากธุรกิจโฆษณาเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มโฆษณาบนแอปพลิเคชันไอโฟนนามว่าไอแอด (iAd)]
อย่างไรก็ตาม iPhone OS 4.0 ยังสามารถเรียกเสียงฮือฮาด้วยการมาพร้อมเครือข่ายสังคมเกมแห่งใหม่ และนวัตกรรมแพลตฟอร์มโฆษณา iAd สำหรับแอปพลิเคชันอุปกรณ์พกพา
ทั้งหมดนี้ สตีฟ จ็อบส์มั่นใจว่าไอโฟน โอเอส 4.0 นั้นจะสามารถทำงานได้ดีที่สุดแม้จะออกมาช้ากว่าคนอื่น
100 ฟีเจอร์ใหม่ จุดพลุซัมเมอร์นี้
แอปเปิลการันตีว่าไอโฟน โอเอส 4.0 จะทำให้ไอโฟน (iPhone) ไอพ็อด (iPod) และไอแพดมีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 100 จุด โดยแอปเปิลมีแผนเริ่มจำหน่ายไอโฟนและไอพ็อดช่วงฤดูร้อนนี้ ก่อนจะอัปเกรดไอแพดตามมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ซึ่งนักพัฒนาสามารถเรียกใช้ชุดพัฒนาโปรแกรมหรือ API (application-programming interface) ใหม่ที่มีจำนวนมากกว่า 1.500 ชุดเพื่อสร้างแอปพลิเคชันสำหรับทำงานบนอุปกรณ์ที่ใช้ไอโฟน โอเอส 4.0 ได้สะดวกสบาย
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่คุณสมบัติใหม่ทั้งหมดบนไอโฟน โอเอส 4.0 จะทำงานได้บนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ ๆ เท่านั้น เพราะไอโฟนรุ่นแรกและไอโฟนทรีจี (iPhone 3G) รวมถึงไอพ็อดทัช (iPod Touch) ยังมีข้อจำกัดเรื่องฮาร์ดแวร์ซึ่งไม่สามารถทำงานแบบมัลติทาสกิงได้ ซึ่งหากผู้ใช้อัปเกรดเป็น 4.0 ก็จะใช้งานคุณสมบัติใหม่ได้บางส่วน
จ็อบส์ระบุว่า แอปเปิลนั้นวางจำหน่ายไอโฟนและไอพ็อดทัชไปแล้วกว่า 85 ล้านเครื่องในขณะนี้ชูทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
ในการอธิบายถึงฟีเจอร์มัลติทาสกิงซึ่งเป็นประเด็นหลักที่แอปเปิลพูดถึงมากที่สุดในไอโฟน โอเอส 4.0 แอปเปิลระบุว่าความสำเร็จในการพัฒนามัลติทาสกิงที่ไม่กระทบอายุแบตเตอรีเครื่องคือการเผื่อแผ่ฟีเจอร์ซึ่งเคยสร้างมาเพื่อใช้กับโปรแกรมของตัวเองเท่านั้น โดยพัฒนาเป็น API และเปิดให้ค่ายแอปพลิเคชันพันธมิตรสามารถร่วมใช้งาน
ผลของ API ทำให้แอปพลิเคชันสตรีมมิงสถานีวิทยุอย่างแพนโดรา (Pandora) และแอปพลิเคชันโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างสไกป์ (Skype) สามารถทำงานอยู่ด้านหลัง (background) เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้สามารถท่องเว็บฯขณะคุยโทรศัพท์หรือฟังเพลงได้พร้อมกันโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะช้าและแบตเตอรี่หมดเร็ว
จากการสาธิต การเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกันสามารถทำได้เพียงเลือกแอปพลิเคชันใหม่จากแถบเมนูซึ่งแอปเปิลติดตั้งไว้ที่ด้านล่างของหน้าจอ
ที่น่าสนใจคือ แอปเปิลกำลังมุ่งทำรายได้จากธุรกิจโฆษณาเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มโฆษณาบนแอปพลิเคชันไอโฟนนามว่าไอแอด (iAd) ซึ่งแอปเปิลจะเป็นเข้าภาพในการขายโฆษณาให้กับนักพัฒนาที่ต้องการวางโฆษณาลงในโปรแกรมของตัวเอง
ความพิเศษของไอแอดคือผู้ใช้จะไม่ต้องออกจากหน้าแอปพลิเคชันเมื่อคลิกที่โฆษณา และโฆษณาจะสามารถแสดงผลเป็นภาพเคลื่อนไหวทั้งแบบวิดีโอและแอนิเมชัน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ซื้อแอปพลิเคชันใหม่ได้ผ่านโฆษณาเลย ทั้งหมดนี้แอปเปิลขอส่วนแบ่ง 40% และจะแบ่งให้นักพัฒนา 60%
นอกจากนี้ แอปเปิลยังเปิดตัวเครือข่ายสังคมเกมแห่งใหม่นาม "เกมเซ็นเตอร์ (Game Center)" ซึ่งเปิดให้นักพัฒนาเกมสามารถสร้างคุณสมบัติเครือข่ายสังคมลงในเกมที่ตัวเองสร้างขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถส่งคำท้าแข่งกับเพื่อนที่รู้จัก หรืออาจจะสั่งซื้อแอปพลิเคชันให้เป็นของขวัญเพื่อนก็ได้ ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นการเล่นเกมในไอโฟน
IPhone OS 4.0 ยังมีการปรับปรุงปลีกย่อยอีกหลายจุด เช่น ส่วนของอีเมลที่ปรับให้สามารถจัดการกลุ่มอีเมลได้ดีขึ้น ความสามารถสร้างโฟลเดอร์เพื่อเก็บแอปพลิเคชันได้ การเปิดตัวแอปพลิเคชัน iBooks เพื่อการอ่านหนังสือบนไอโฟน รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้การรักษาความปลอดภัยของนักธุรกิจทำได้ดีขึ้น
ยังมีความสามารถในการตั้งค่าภาพพื้นหลังหรือ wall paper สำหรับหน้าแรก (home screen) และหน้าจอขณะล็อก (lock screen) การรองรับการซูมดิจิตอล 5 เท่า คุณสมบัติการตรวจคำผิด และความสามารถในการส่งข้อความสั้นผ่านแอปพลิเคชันโดยตรง
นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่างทิม บาจาริน (Tim Bajarin) เชื่อว่าผู้ใช้ไอโฟนจะยินดีกับการเปิดตัว IPhone OS 4.0 อย่างไรก็ตาม สื่ออเมริกันบางส่วนเชื่อว่าทั้งหมดนี้มีแนวโน้มต่ำมากที่จะทำอันตรายให้แพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนอื่นๆ โดยเฉพาะแอนดรอยด์ เนื่องจากมัลติทาสกิงนั้นเป็นคุณสมบัติหลักที่แอนดรอยด์ประชาสัมพันธ์ตัวเองมานานแล้ว เช่นเดียวกับความสามารถในการตั้งค่าวอลล์เปเปอร์และการจัดการอีเมลก็ล้วนมีในแอนดรอยด์แล้วเช่นกัน
สื่ออเมริกันบางรายมองว่า iPhone OS 4.0 นั้นยังคงขาดคุณสมบัติที่คอไอทีส่วนใหญ่ต้องการ เช่น การเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Wi-Fi โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิล, การรองรับไฟล์นามสกุล Flash และการทำงานในโหมดเก็บข้อมูลหรือ Mass storage mode ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถ drag and drop หรือการลากแล้ววางไฟล์จากคอมพิวเตอร์มาสู่ไอโฟนได้โดยตรง เพราะที่ผ่านมา ผู้ใช้ไอโฟนในปัจจุบันยังต้องโอนไฟล์ผ่านแอปพลิเคชันอยู่
Company Related Links :Apple

ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์